สหกรณ์กรมทางหลวง

งานติดตามเงินบำเหน็จและเงินฌาปนกิจเพื่อชำระหนี้
  สำหรับสมาชิกที่ถึงแก่กรรม, สมาชิกลาออกจากราชการ, สมาชิกเกษียณอายุราชการ และสมาชิกที่เข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้
 1. กรณีสมาชิกมีหนี้มากกว่าหุ้น แยกเป็น
  สมาชิกถึงแก่กรรม มีขั้นตอน ดังนี้
 
 1. พิมพ์หนังสือถึงหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อขอให้ดำเนินการเกี่ยวกับการหักเงินบำเหน็จ, การลงนามให้คำยินยอมให้หักเงินบำเหน็จ, การลงนามในหนังสือสัญญารับสภาพหนี้และการแจ้งให้ผู้กู้จัดหาผู้ค้ำประกันใหม่แทนผู้ค้ำประกันคนเดิม ซึ่งหนังสือดังกล่าวประกอบด้วย
 
 - หนังสือขอให้ต้นสังกัดหักเงินบำเหน็จเพื่อชำระหนี้ให้สหกรณ์ฯ
 - หนังสือแจ้งให้ทายาทของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ลงนามยินยอมให้หน่วยงาน-ต้นสังกัด หักเงินบำเหน็จฯ เพื่อชำระหนี้ให้สหกรณ์ฯ
 - หนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกัน ลงนามรับสภาพหนี้
 - หนังสือแจ้งให้ผู้กู้จัดหาผู้ค้ำประกันใหม่แทนผู้ค้ำประกันคนเดิมเหตุเพราะผู้ค้ำประกันคนเดิมได้ถึงแก่กรรม
 - หนังสือขอให้กองบัญชีหักเงินบำเหน็จของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม เพื่อชำระหนี้ให้สหกรณ์
 
 2. บันทึกรายละเอียด เช่น ชื่อสมาชิก, สังกัด, จำนวนหนี้, จำนวนเงินบำเหน็จ จำนวนเงินฌาปนกิจ ฯลฯ ลงในแฟ้ม เพื่อเก็บไว้ดำเนินการขั้นตอนต่อไป
 
 3. ติดต่อกับหน่วยงานต้นสังกัดเป็นระยะๆ เพื่อติดตามว่าต้นสังกัดได้ดำเนินการเรื่องเงินบำเหน็จถึงขั้นตอนไหน มีปัญหาและอุปสรรคหรือไม่ อย่างไร และทายาทของผู้กู้ได้ลงนามในหนังสือยินยอมฯ หรือยัง และส่งกลับคืนให้สหกรณ์ฯ แล้วหรือไม่
 
 4. เมื่อหน่วยงานต้นสังกัด ได้ส่งหนังสือให้คำยินยอมของทายาทของผู้กู้คืนให้สหกรณ์ฯ แล้ว หากสมาชิกที่ถึงแก่กรรมรายนั้นเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์กรมทางหลวง ด้วยต้องนำหนังสือยินยอมฯ ไปถ่ายสำเนา จำนวน 2 ชุด และให้รองผู้จัดการ ลงนามสำเนาถูกต้องพร้อมส่งสำเนาหนังสือยินยอมฯ ทั้งสองฉบับ ให้ฝ่ายสวัสดิการฌาปนกิจ สงเคราะห์ เพื่อเป็นหลักฐานในการขอนับเงินฌาปนกิจฯ ส่วนต้นฉบับเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป
 
 5. เมื่อสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ จ่ายเงินงวดแรกให้ (สวัสดิการปนกิจสงเคราะห์ฯ จะแบ่งจ่ายเงินให้เป็น 2 งวดแรกๆ จ่ายให้ 40% และหลังจากนั้นอีกประมาณ 60 วัน จึงจะจ่ายงวดที่ 2 (60%) โดยจ่ายเป็นใบถอนเงิน (สวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ได้เปิดบัญชีไว้ที่สหกรณ์ แล้ว) ต้องนำใบถอนเงินให้ฝ่ายการเงิน และแจ้งจำนวนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ได้รับให้งานบัญชีเรียกเก็บประจำเดือนทราบ เพื่อจะได้นำยอดเงินดังกล่าวชำระหนี้ของสมาชิกรายนั้น และตรวจสอบว่ายังเหลือหนี้อยู่หรือไม่ หากยังเหลือหนี้ ก็จะต้องแจ้งให้งานติดตามเงินบำเหน็จฯ พิมพ์หนังสือถึง ฝ่ายสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ เพื่อยืนยันขอรับเงินฌาปนกิจ งวดที่ 2
 
 6. เมื่อได้รับเงินบำเหน็จ (ได้รับ 2 แบบ) คือ
 
 6.1 ถอนจากบัญชี DIRCT ต้องแจ้งชื่อและจำนวนเงินให้ฝ่ายบัญชีเรียกเก็บทราบเพื่อนำไปลงบัญชีชำระหนี้
 6.2 รับเป็นเช็ค จากกองบัญชี ต้องถ่ายสำเนาเช็ค จำนวน 2 ฉบับ
 
 - ต้นฉบับ ส่งให้ฝ่ายการเงิน
 - สำเนาฉบับแรก ส่งให้หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหุ้นฯ เพื่อไว้รอตรวจสอบยอดเงินกับงานบัญชีเรียกเก็บที่ได้ทำการลงบัญชีชำระหนี้ของสมาชิกรายนั้นว่า ถูกต้องหรือไม่
 - สำเนาฉบับที่ 2 เก็บเข้าแฟ้มไว้เป็นหลักฐาน
 
 7. เมื่องานบัญชีเรียกเก็บลงบัญชีชำระหนี้แล้ว
 
 - หากยังมีหนี้คงเหลือ จะต้องรอรับเงินฌาปนกิจ งวดที่ 2 มาชำระหนี้ดังกล่าวก่อน
 - หากหมดหนี้แล้ว และ มีเงินบำเหน็จตกทอดเหลืออยู่ ต้องพิมพ์หนังสือถึงต้นสังกัด เพื่อให้ขอดำเนินการจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดส่วนที่เหลือที่สหกรณ์ฯส่งมาคืนให้แก่ทายาท ผู้มีสิทธิ์ได้รับต่อไป
 
 8. เมื่อได้รับเงินฌาปนกิจ งวดที่ 2 มาชำระหนี้แล้ว หากยังคงเหลือหนี้อีกต้องพิมพ์หนังสือถึงต้นสังกัด เพื่อแจ้งให้ทายาทของผู้กู้ นำเงินมาชำระหนี้ดังกล่าว
 
 9. หากทายาทของผู้กู้ไม่นำเงินมาชำระหนี้ สหกรณ์ฯจะนำเงินกองทุนช่วยเหลือเข้ามาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ กล่าวคือ ผู้ค้ำฯ รับผิดชอบไม่เกิน 3.7 เท่าของเงินเดือน หรือกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเข้าช่วยเหลือ 50% ของหนี้ สุดแล้วแต่จำนวนไหนจะมากกว่า พร้อมกับพิมพ์หนังสือแจ้งการเรียกเก็บเงินจากผู้ค้ำประกันต่อไป
 2. กรณีสมาชิกมีแต่หุ้น, มีหนี้น้อยกว่าหุ้น และมีภาระค้ำประกัน มีขั้นตอน ดังนี้
 
 2.1 พิมพ์หนังสือถึงต้นสังกัด เพื่อแจ้งให้ทราบรายละเอียดของสมาชิกที่ถึงแก่กรรมลาออกจากราชการหรือเกษียณอายุ หรือ เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดว่า มีหุ้นมีหนี้มากกว่าหุ้นอยู่เท่าไร และมีภาระค้ำประกันหรือไม่ และค้ำประกันให้กับใคร
 2.2 หากสมาชิกที่ถึงแก่กรรมหรือลาออกจากราชการหรือเข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ได้ค้ำประกันให้กับสมาชิกรายอื่นด้วย ต้องพิมพ์หนังสือแจ้งให้สมาชิกผู้กู้รายนั้นจัดหาผู้ค้ำประกันใหม่แทนผู้ค้ำประกันคนเดิม
 2.3 ติดตามเป็นระยะๆ ว่า สมาชิกผู้นั้นได้จัดหาผู้ค้ำประกันใหม่แล้วหรือไม่
 2.4 หากสมาชิกผู้นั้นได้จัดหาผู้ค้ำประกันใหม่และส่งหนังสือสัญญาค้ำประกันคืนสหกรณ์ฯ แล้ว ต้องบันทึกชื่อผู้ค้ำประกันคนใหม่ไว้ในแผ่นติดตามงานพร้อมกับส่งหนังสือสัญญาค้ำประกันของผู้ค้ำคนใหม่ให้ฝ่ายสินเชื่อดำเนินการต่อไป
   
  • บริการเงินฝาก
  • บริการเงินกู้
  • บริการสิทธิประโยชน์
  • บริการสวัสดิการ
  • เอกสารแบบฟอร์ม
  • บริการประกันชีวิต